นับตั้งแต่วันแรกที่ Space นี้ปรากฏตัวขึ้น บนโลกอินเตอร์เน็ต
มาถึงตอนนี้ ก็เกือบครบ ๑ ปีแล้ว
กับความคิด ความตั้งใจอย่างเต็มเปี่ยมของเจ้าของ
ที่อยากจะใช้พื้นที่นี้ บันทึกเรื่องราวจังหวะอารมณ์
เก็บเอาความรู้สึกต่างๆที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลาเอาไว้
เป็นกล่องเก็บความทรงจำที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
ที่บางอย่างก็ติดตรึงฝังแน่นอยู่ภายในจิตใจ
ในขณะที่บางอย่าง กำลังจะลบเลือนหายไปตามกาลเวลา
หนึ่งปี...กับเส้นทางที่ยาวไกล
หนึ่งปี...กับหัวใจหมายเข้มแข็ง
หนึ่งปี...กับชีวิตที่เปลี่ยนแปลง
หนึ่งปี...กับเรี่ยวแรงที่ทุ่มเท
หนึ่งปี...ที่ฝันใฝ่ในความฝัน
หนึ่งปี...ที่ไหวหวั่นแอบว้าเหว่
หนึ่งปี...ที่เรรวนซมซวนเซ
หนึ่งปี...ที่ร่อนเร่พเนจร...
มันก็นานอยู่เหมือนกัน เมื่อคิดย้อนกลับไป เมื่อ ๑ ปีที่แล้ว
จำได้แม่น วันนั้นวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๔๙
ขณะที่นั่งอยู่ที่ห้องคอมพิวเตอร์ หอชาย
ท่องเว็บไปเรื่อยเปื่อยอย่างที่เคยทำเป็นประจำเมื่อว่าง
เข้าโน่น ออกนี่ ค้นนั่น ค้นนี่ จนกระทั่งได้รู้จัก MSN Space
จาก Space ของเพื่อนสนิทคนหนึ่ง
เสียเวลาอยู่สักพัก เพื่อทำความรู้จักและเข้าใจ
กว่าจะใช้ฟังก์ชั่นที่ Space มีให้ได้อย่างที่ต้องการ...
จากความรู้สึกเรื่อยเปื่อย ว่างเปล่าในวันนั้น
เรื่องราวต่างๆ จึงเริ่มขึ้น ทีละเรื่อง จากภายในความรู้สึกลึกๆ
ทยอยสั่งสม เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ จากหนึ่งเป็นสอง
จากสองเป็นสาม แล้วกลายเป็นสี่, ห้า, หก,...
กระทั่งเมื่อมานับดูในวันนี้ ปาเข้าไปตั้งกว่า ๖๐ เรื่องแล้ว...
นึกตกใจอยู่ว่า...เอาเวลาจากไหนมาเขียนได้ขนาดนั้น...
เพราะ ความรู้สึก เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน
คงคล้ายกับความฝันที่เปลี่ยนแปลงได้ทุกคืน
ครั้นพอลืมตาตื่น หลายครั้งที่หลงลืมไปเสียสนิท
นี่แหละ ความรู้สึก
บางครั้งมันก็ล่องเรื่อย เอื่อยเฉื่อย มึนชา
เป็นผิวน้ำเมื่อลมสงบ ปราศจากคลื่นลมโกรกพัด
เรียบ เงาวับ คล้ายกับกระจกที่ฉาบหลังไว้ด้วยปรอททึบหนา
ด้านหน้าจึงสะท้อนภาพที่ส่องได้เฉียบคม ชัดเจน
แต่บางครั้ง ความรู้สึกที่มีมันก็ตรงกันข้าม
แทนที่จะสงบ กลับคลุ้มคลั่ง สับสน
กลายเป็นท้องทะเลครวญ โถมคลื่นซาซัดเข้ากระแทกฝั่ง
กระหน่ำซ้ำเป็นละลอก ตามจังหวะขึ้นลงของอารมณ์ในจิตใจ
สะท้อนแสงกระเจิงไปทุกทิศทาง จะมองภาพใดก็ไม่เห็นได้เลย
และเมื่อคลื่นลมนั้นคลายแรงลงไปเมื่อไร
ความสงบของผิวน้ำนั้นก็กลับคืนมาอีกครั้ง
วนเวียนเปลี่ยนแปลงอยู่อย่างนี้เรื่อยไป
ไม่มีวันใดที่ความรู้สึกจะหยุดพักได้เลย
แม้สักชั่วขณะวินาทีเดียวก็ตาม
เหตุผลจากความรู้สึก
มีอำนาจทั้งกระตุ้น ผลักดัน และแม้แต่ยับยั้งความคิด
คอยทำให้นึกครุ่นคิดถึงเรื่องราวต่างๆ อยู่เสมอ
ทุกเรื่องราวที่บันทึกอยู่ภายในพื้นทีแห่งนี้
จึงเป็นเสมือนตัวแทนความรู้สึก แทนจังหวะอารมณ์
รองรับความเป็นตัวตนที่แท้จริงของเจ้าของในแต่ละช่วงเวลา
แต่ละเรื่องที่ปรากฏ แต่ละความรู้สึกที่ซึมผ่านตัวอักษรแต่ละตัว
ล้วนเกิดจากผลึกที่กลั่นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
ละลายผ่านความทรงจำ แล้วปรากฏขึ้นมาทีละนิดจนเต็ม
จากหนึ่งความคิด ถ่ายทอดเป็นตัวอักษรทีละตัว กลายเป็นคำ
รวบรวมเป็นประโยค หนึ่งประโยค หลายประโยค
กระทั่งกลายเป็นเรื่องราว แตกต่าง หลากหลาย
ทั้งสุข ทุกข์ สดชื่น ซึมเซา เงียบเหงา ที่เด่นชัดขึ้น
จากต้น จนจบ หรือบางเรื่องอาจไม่มีตอนจบเลยก็เป็นได้...
อย่าหาว่าบ่นเพ้ออะไรเลย
ก็แค่คนอยากคิดอยากเขียน เท่านั้น
ไม่ได้คิดหวังอะไรมากไปกว่านี้เลย
เหนื่อยมาก็นาน ท้อแท้มาก็มาก
เคยทั้งสมหวัง ผิดหวัง ดีใจ ร้องไห้
เวลา ๑ ปีที่ผ่านเข้ามา แล้วผ่านออกไป ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เป็นแต่เพียงเครื่องหมายบอกหลักของชีวิตที่เดินทางผ่านมาเท่านั้น
ไม่มีใครรู้ว่าเส้นทางเส้นนี้จะยาวไกลไปอีกสักเท่าไร
จะคดเคี้ยว ดิ่ง ตรง หรือจะสิ้นสุดลงที่ตรงไหน อย่างไร
ไม่มีใครรู้เลย...
ถ้าจะขอเอาเวลาที่ยังเดินอยู่บนเส้นทางชีวิตเส้นนี้
เก็บเอาเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านเข้า รวมทั้งทิวทัศน์ริมข้างทาง
มาบันทึกลงในพื้นที่แห่งนี้ ในกล่องความทรงจำใบนี้
ก็คงจะไม่ผิดอะไรมากไปละกระมัง...