เป็นธรรมดาของความว่าง ที่ทำให้คนเรารู้สึกเบื่อหน่าย
เพราะสิ่งต่างๆที่ผ่านไปมันแสนจะเฉื่อยชา เชื่องช้า จืดชืด
จนบางทีก็เป็นเอามาก จนรู้สึกเหนื่อยได้เลยทีเดียว
แปลกดีนะ !!!
แต่ในความน่าเบื่อหน่ายที่ว่านั้น
มันก็แฝงด้วยประโยชน์อยู่บ้าง แม้สักเพียงนิดหน่อย
นั่นก็เพราะความว่าง ทำให้ความคิดของเราได้เริ่มใช้งาน
ได้ครุ่นคิด ได้ทบทวนเรื่องราวต่างๆ ในแบบที่หลายครั้งเราไม่เคยจะได้คิด
เรื่องของเรื่องก็เพราะความวุ่นวาย อย่างที่เรียกว่า busy
มันคอยเข้ามาปั่นหัวเราอยู่ตลอดเวลา
ว่า นั่นก็งาน นี่ก็งาน ทำงานนั้นเสร็จ ก็มีงานนี้ต่อ
หรือบางทีเรื่องเก่ายังไม่เรียบร้อย เรื่องใหม่ก็ทับทบเข้ามาเสียแล้ว
หัวสมองบางพื้นที่จึงอาจจะโดนกดให้หยุดพักไป
แต่พอเมื่อไหร่ที่สมองได้พักผ่อนจากงานประจำ
ไม่ต้องคอยกังวลกับเรื่องราวอะไรให้มากนัก
บางพื้นที่ของสมองที่ไม่ค่อยได้ใช้ ก็เริ่มต้นทำงาน
มันเริ่มตั้งคำถาม หาคำตอบ วนไปเวียนมาด้วยตัวของมันเอง
แม้ว่าเราอาจจะไม่ได้บังคับมัน
หรือบางครั้ง อาจจะเป็นเพราะเราบังคับมันไม่ได้ ก็เป็นได้
เคยถามตัวเองบ้างไหมว่า อะไรที่ทำให้คนเราต่างจากเหล่าสัตว์
ทั้งที่วงจรชีวิตของเราก็ไม่ได้แตกต่างจากเพื่อร่วมโลกเหล่านั้นสักเท่าไหร่
เรามีเกิด พวกเหล่านั้นก็มีเกิด เรามีกิน ถ่าย สืบพันธุ์ เพื่อนเหล่านั้นก็มีเหมือนกัน
หรือบางทีเราอาจจะมีบางอย่างมากน้อยไปบ้าง แต่ก็ไม่ต่างกันมากนัก
ฉันเองเคยสงสัย สงสัยมานาน
เมื่อก่อนที่เรียนชั้นประถม ชั้นมัธยม
เคยเอาคำถามนี้ไปถามอาจารย์ ถามด้วยคำถามง่ายๆ นี่แหละว่า
"ทำไมคนถึงต่างไปจากสัตว์ ??
หรือถ้าไม่ต่าง ทำไมคนถึงเรียกตัวเองว่าสัตว์ประเสริฐ
ก็ทั้งที่เป็นเพื่อร่วมโลกอย่างเดียวกัน ???"
สงสัยจะเป็นเพราะอาจารย์เห็นว่าฉันเรียนวิทยาศาสตร์
หรือไม่ก็เป็นคงเพราะอาจารย์คิดว่าคำตอบทางวิทยาศาสตร์นั้นฟังดูเข้าที
จึงตอบฉันด้วยคำพูดที่ราบเรียบที่สุดว่า
"สิ่งที่ทำให้คนต่างไปจากสัตว์ ก็เพราะว่าคนสามารถคิดได้อย่างมีเหตุมีผล
คิดอะไรได้เป็นขั้นเป็นตอน เป็นระเบียบแบบแผน
ความคิดอย่างนี้ พวกสัตว์ทำไม่ได้หรอก
พวกมันได้แต่ใช้ชีวิตไปตามสัญชาตญาณ อยู่ไปตามมีตามเกิด
ไม่ได้คิดอะไรใหม่ เคยอยู่มาอย่างไร ก็จะอยู่ต่อไปอย่างนั้น
นี่แหละคือสิ่งที่สัตว์ต่างจากคน
และนี่แหละคือสิ่งที่ทำให้คนเป็นสัตว์ประเสริฐ..."
ฉันรับฟังคำตอบนั้นอย่างตั้งใจ และใส่ใจขบคิดอยู่นาน
...สัตว์ไม่มีเหตุผล...สัตว์ไม่มีความคิดสร้างสรรค์...
...สัตว์ไม่มีระเบียบแบบแผน......สัตว์ไม่มีความประเสริฐ...
...จริงเหรอ...???
บางทีพวกสัตว์อาจจะมีสิ่งเหล่านี้เหมือนกับพวกเราก้ได้
เพียงแต่เราไม่รู้เท่านั้นเอง
บางทีคนเรา หรืออาจจะเป็นผู้ใหญ่ในอดีตของพวกเรา
ที่เป็นคนตั้งกฎเกณฑ์ สร้างความประเสริฐให้กับตัวเอง
โดยบอกว่า คนเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเหตุมีผล
มีความคิดที่กว้างไกล อย่างที่สัตว์อื่นทำไม่ได้
เอาเหตุผลมาเป็นเรื่องหลักในการทำงาน เป็นปทัสถานการดำรงตน
สร้างชีวิตบนความเชื่อที่เป็นวิทยาศาสตร์
เป็นเรื่องเป็นราว ฟังดูน่าเชื่อถือ ขัดไม่ได้
เพราะผ่านการพิสูจน์จาก Scientific method เรียบร้อยแล้ว...
นี่แหละคือสิ่งที่คนเชื่อว่าเป็นสิ่งประเสริฐ
คนมักจะเชื่อในเหตุผล เชื่อในวิทยาศาสตร์
สิ่งใดที่ต่างไป หรือเป็นเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้
ใช้ Scientific method เพื่อพิสูจน์ความเชื่อนั้นไม่ได้
ก็พาลหาว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ไม่น่าเชื่อถือ ไม่น่ายอมรับ
บางคนถึงกับปฏิเสธความเชื่อนั้นอย่างไม่มีเยื่อใย...
ก็ทั้งที่บางที พวกเขาก็ตกอยู่ในความคิดที่พิสูจน์ไม่ได้อยู่เหมือนกัน
แท้จริงแล้ว...
ชีวิตของเราก็ไม่ได้อยู่กับวิทยาศาสตร์ตลอดเวลา
หรืออย่างน้อยก็ไม่ได้เดินอยู่บนเหตุและผลตลอดเวลา
เราไม่ได้เป็นอย่างที่เราเชื่อ หรืออย่างที่คนอื่นทำให้เราเชื่อ
บนพื้นฐานของชีวิต เรามีอะไรที่นอกเหนือไปจากเรื่องจืดชืดเหล่านั้นมาก
คนอาจจะเชื่อว่าความรู้สึกของคน เป็นเพียงแค่กระแสประสาทที่วิ่งแล่นอยู่ในหัวสมอง
คำว่า จิตใจ เป็นเพียงเรื่องสมมติของคนเพ้อฝัน คนไม่มีเหตุผล
ทั้งหมดที่เกิดขึ้น เป็นเพียงเรื่องของสารเคมีที่เพิ่มขึ้น ลดลง
เป็นเพียงเรื่องของไฟฟ้า การเหนี่ยวนำ ให้ร่างกายตอบสนอง
ความรัก ความเกลียด ความสุข ความทุกข์ ความรู้สึกต่างๆ
อาจเป็นเพียงการเพิ่มลดของ Serotonin, Acetylcholine, Dopamine...
อาจเป็นเพียง Action Potential ที่สูงเกินกว่า Threshold
แล้วแล่นผ่าน Limbic system, Hypothalamus, จนถึง Cortical Reticular System
ทำให้รับรู้ รู้สึกวาบหวาม หวั่นไหวไปตามระดับสูง ต่ำ ของปฏิกิริยา...ก็เท่านั้น
ไม่ได้มีความหมายลึกซึ้งแต่อย่างใดเลย...
นั่นเป็นคำอธิบายของผู้ประเสริฐ
ผู้ที่เชื่อว่า จิตใจ ไม่มีอยู่จริง
ผู้ที่เชื่อว่าความคิด ความรู้สึก อารมณ์ ทุกสิ่งทุกอย่าง
เป็นเพียงแค่เรื่องของปฏิกิริยาธรรมดาๆ ไม่มีอะไรพิเศษแม้แต่น้อย
แต่แม้ว่าฉันจะเรียนทางสายวิทยาศาสตร์มาตลอดชีวิต
จนสุดท้าย ถึงจะร่ำเรียนมามากมาย ฉันก็ยังไม่เข้าใจ
ก็ในเมื่อความรู้สึกต่างๆ เกิดขึ้นใน Mechanism อย่างเดียวกัน
กระแสไฟฟ้าอย่างเดียวกัน สารเคมีอย่างเดียวกัน
เกิดการกระตุ้น รับรู้ในสมองส่วนเดียวกัน
แต่คนก็มีความรู้สึก มีการแสดงออกที่แตกต่างกัน
นึกรัก นึกชอบ ในสิ่งที่แตกต่างกัน
หรือบางที ฉันอาจจะไม่ใช่ผู้ประเสริฐอย่างที่ใครเขาว่า
และคงจะไม่ได้เป็นไปจนตลอดชีวิตก็เป็นได้
ตราบเท่าที่ความประเสริฐยังมีนิยามเหมือนอย่างที่ได้บอกไป
เหตุผล วิทยาศาสตร์
มีอำนาจบังคับความเชื่อของคนทั้งโลกให้เห็นตามได้
ใครเชื่อจะได้เป็นผู้ประเสริฐ ใครไม่เชื่อก็ไม่ได้เป็น
แต่บางสิ่งที่หลายคนอาจจะไม่ทันคิด
หรืออาจจะเป็นฉันคนเดียวที่คิดเพ้อไปก็ได้
ถึงแม้เหตุผลจะเป็นสิ่งที่พร้อมทุกอย่าง
แต่สิ่งที่อาจจะขาดไปก็คือ จิตใจ
ความรู้สึกที่ไม่ต้องการการตั้งคำถาม ไม่ต้องการสมมติฐาน
และไม่ต้องการการพิสูจน์เพื่อสรุปผล
แต่ต้องการเพียง ความรู้สึกลึกๆ ที่จะรับรู้เรื่องราว
รับรู้อารมณ์ที่เกิดขึ้นด้วย จิตใจ
โดยที่ไม่ต้องใช้ความรู้ทางสารเคมี หรือไฟฟ้าสมองอะไรเลย
โลกนี้อาจจะต้องการเหตุผลเป็นหลัก
แต่โลกคงไม่ต้องการให้เหตุผลเป็นทุกสิ่งทุกอย่างหรอกกระมัง
ก็ถ้าหากว่าเหตุผลทำให้คนเป็นผู้ประเสริฐ
ฉันคงจะขอยอมเป็นคนส่วนนอก ที่ไม่ใช่ผู้ประเสริฐ
แต่ขอเป็นคนธรรมดา อยู่อย่างธรรมดากับ จิตใจ ของตัวเองดีกว่า
ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ
บางทีความว่าง มันอาจจะทำให้สมองของฉันทำงานมากเกินไป
จนถึงกับเพ้อมากไปก็ได้...